โครงการฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรหลังการพักชำระหนี้

หน่วยงานเจ้าของข้อมูล  สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสระแก้ว
ณ วันที่ 28 เมษายน 2546

1. สถานการณ์

            จังหวัดสระแก้วมีเกษตรกรเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการพักชำระหนี้และลดภาระหนี้กับ ธ.ก.ส. จำนวน 21,577 ราย (ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2544)  โดยแยกเป็น
                - เกษตรกรขอพักชำระหนี้ จำนวน 9,249 ราย
                - เกษตรกรขอลดภาระหนี้ จำนวน 12,328 ราย

                กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดทำโครงการฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรหลังการพักชำระหนี้ โดยมีเกษตรกรกลุ่มพักชำระหนี้ของจังหวัดสระแก้ว ยื่นความจำนงเข้าร่วมโครงการฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรหลังการพักชำระหนี้ จำนวน 7,525 ราย

2. ผลการดำเนินงาน

- ปี 2544
            สนับสนุนเกษตรกร จำนวน 1,020 ราย โดยใช้งบประมาณปกติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการสนับสนุนปัจจัยการผลิตและการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต ดังนี้

หน่วยงาน จำนวนเกษตรกร/ราย สนับสนุนปัจจัยการผลิต / เทคโนโลยี
- สำนักงานเกษตรจังหวัด 200 พันธุ์พืช
- สำนักงานประมงจังหวัด 163 พันธุ์ปลากินพืช
- สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด 257 สัตว์ปีก
- สำนักงานสหกรณ์จังหวัด 300 สระเก็บน้ำขนาดเล็ก
- สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัด 100 สระเก็บน้ำขนาดเล็ก

- ปี 2545
            กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดสรรงบประมาณปกติและงบค่าใช้จ่ายสำรองเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อดำเนินการตามโครงการ โดยจังหวัดสระแก้วมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามแผนต่าง ๆ เป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 14,555,531 บาท ดังนี้

แผนสนับสนุน จำนวน 585 ราย รวมงบประมาณ จำนวน 933,880 บาท ดังนี้

หน่วยงาน จำนวนเกษตรกร/ราย จำนวนเงินทั้งสิ้น
- สถานีพัฒนาที่ดินสระแก้ว (หมอดินอาสา) 300

461,946

- สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ (ครูบัญชีเกษตรอาสา) 285

471,934

แผนถ่ายทอดเทคโนโลยี  จำนวน 3,861 ราย รวมงบประมาณ จำนวน 5,335,070 บาท ดังนี้

หน่วยงาน จำนวนเกษตรกร/ราย จำนวนเงินทั้งสิ้น
- สำนักงานเกษตรจังหวัด 949 1,678,011
- สำนักงานประมงจังหวัด 430 650,733
- สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด 1,555 2,656,326
- สถานีพัฒนาที่ดินสระแก้ว 927 350,000

แผนฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร  จำนวน 3,519 ราย รวมงบประมาณ จำนวน 7,536,779 บาท ดังนี้

หน่วยงาน จำนวนเกษตรกร/ราย จำนวนเงินทั้งสิ้น
- สำนักงานเกษตรจังหวัด 784 2,331,779
- สำนักงานประมงจังหวัด 400 1,200,000
- สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด 1,335 4,005,000
- สถานีพัฒนาที่ดินสระแก้ว 1,000 เบิกจากกรมพัฒนาที่ดิน

            เนื่องจากงบค่าใช้จ่ายสำรองเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2545 ยังคงเหลือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงอนุมัติให้ดำเนินการสนับสนุนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการปี 2544 (ต่อเนื่อง) จังหวัดสระแก้วโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ จำนวน 287 ราย เป็นเงิน 749,802 บาท ดังนี้

หน่วยงาน จำนวนเกษตรกร/ราย จำนวนเงินทั้งสิ้น
- สำนักงานเกษตรจังหวัด 80 292,179
- สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด 53 193,590
- สำนักงานสหกรณ์จังหวัด 134 191,450
- สำนักงานการปฏิรูบที่ดินสระแก้ว 21 72,583

- ปี 2546

                กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดสรรงบประมาณปี 2546 เพื่อดำเนินการตามโครงการฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรฯ เป็นเงินทั้งสิ้น 2,134,300 บาท เพื่อดำเนินการในกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้ (ยกเว้นงบบริหาร)

แผนจัดตั้งโรงเรียนเกษตรกร  จำนวน 58 ตำบล เป็นเงิน 406,00 บาท

แผนงบสนับสนุน  (แกนนำเกษตรกรอาสา) จำนวน 585 ราย  เป็นเงิน 93,000 บาท

- หมอดินอาสา 300

36,000

- ครูบัญชีเกษตรอาสา 285

57,000

แผนถ่ายทอดเทคโนโลยี  จำนวน 5,144 ราย  เป็นเงิน 1,635,300 บาท

- เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ ปี 2544 อนุมัติงบประมาณปี 2546 จำนวน 442 ราย เป็นเงิน 53,040 บาท
- เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ ปี 2545 อนุมัติงบประมาณปี 2546 จำนวน 2,023 ราย เป็นเงิน 242,760 บาท
- เกษตรกรเข้าร่วมโครงการขอรับงบประมาณปี 2546 จำนวน 2,679 ราย (ยังไม่เคยได้รับการสนับสนุน) เป็นเงิน 1,339,500 บาท

แผนฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร

                กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับจัดสรรแต่ยังไม่ครบทุกรายในปี 2546 จึงขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม ขณะนี้อยู่ระหว่างรอคณะรัฐมนตรีอนมัติ

3. ปัญหาอุปสรร

                1. โครงการฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรหลังพักชำระหนี้ ไม่สามารถจัดหางบประมาณให้แก่เกษตรกรได้พร้อมกันทุกราย ซึ่งขณะนี้มีเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนปัจจัยการผลิต จำนวน 3,093 ราย ทำให้การปรับปรุงและพัฒนาอาชีพล่าช้า จึงส่งผลให้การประเมินผลเรื่องรายได้และเงินออมไม่ได้ผลเท่าที่ควร

                2. การจัดหาปัจจัยการผลิต โดยให้เกษตรกรเป็นผู้จัดหาเองและสำรองเงินไปก่อนนั้น เกษตรส่วนใหญ่ไม่มีเงินสำรอง

4. ข้อเสนอแนะ

                1. ควรจัดหางบประมาณสนับสนุนเกษตรกร ให้ทันกับความต้องการ รวดเร็ว และครบถ้วนทุกรายในปี 2546 เพื่อดำเนินการในกิจกรรมที่เกษตรกรเลือก

                2. ควรมีหน่วยงานในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการ  โดยเป็นหน่วยงานกลาง หรือหน่วยงานอิสระ ดำเนินการเป็นระยะเพื่อเสนอแนะแนวทางปรับปรุงการปฏิบัติงานโครงการ