กรอ.ชาติ.

 

กรอ.จังหวัด 

 

 

 

คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.)

            กรอ. คือ คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ ตั้งขึ้นตามมติของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2524 โดยมีนายกรัฐมนตรีขณะนั้นคือ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นประธาน ซึ่งการจัดตั้งคณะกรรมการ   กรอ.นี้ได้แสดงให้เห็นถึงการยอมรับ
บทบาทของภาคเอกชน ในการมีส่วนร่วมพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศมากยิ่งขึ้น การยอมรับบทบาทของภาคเอกชนนี้ได้มีปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรก ตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฯ ฉบับที่ 2 และ 3 เป็นต้นมา แต่เพิ่งจะมาปรากฏเป็นรูปธรรมขึ้นในช่วงปลายแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 4 ต่อกับช่วงเริ่มต้นของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 5

                กรอ.จะเป็นรูปแบบคณะกรรมการร่วม (Joint Committee) โดยบุคคลที่เป็นตัวแทนจากภาครัฐจะมาจากผู้ที่มีความรับผิดชอบสูงในงานด้านเศรษฐกิจ เช่น รัฐมนตรีเศรษฐกิจและข้าราชการระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับภาคเศรษฐกิจ ส่วนภาคเอกชนมาจากตัวแทนผู้นำสถาบันภาคเกชนที่สำคัญได้แก่ หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย

             ปัจจัยหลักที่ผลักดันให้เกิด กรอ. คือ ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ กล่าวคือ ในช่วงปี 2522 – 2524 ทั่วโลกเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ เนื่องจากเกิดวิกฤตการณ์น้ำมันครั้งที่ 2 เป็นผลให้เศรษฐกิจของประเทศไทยชลอตัวลง และเกิดปัญหาภาวะเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ต่างประเทศถีบตัวสูงอย่างรวดเร็ว ปัญหาการขาดดุลการค้า ดุลการชำระเงินและวิกฤตการณ์เงินคงคลัง ซึ่งเป็นปัญหาหลักสำคัญเป็นเหตุให้รัฐบาลต้องลดบทบาทของตนเองลง และสนับสนุนให้ภาคเอกชนมีบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจมากขึ้น

                ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ได้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ และการประกอบธุรกิจของเอกชนมาก ตลอดจนปัญหาการกำกับและการควบคุมธุรกิจของรัฐ เช่น กฎระเบียบของรัฐไม่เอื้ออำนวยต่อการประกอบธุรกิจของภาคเกชน ดังนั้นภาคเอกชนเองซึ่งมีการรวมกลุ่มกันอยู่แล้ว จึงได้ร่วมกันผลักดันให้เกิด กรอ.ขึ้น

                ทั้งนี้จุดประสงค์ของการจัดตั้ง กรอ.ได้แก่ การมีระบบการปรึกษาหารือระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และการนำนโยบายการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนไปสู่การปฏิบัติ ทั้งในระดับกลางและภูมิภาค ควบคู่ไปกับการช่วยพัฒนาสถาบันเอกชนให้มีความเข้มแข็งรวมทั้งการเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจในประโยชน์ที่ส่วนรวมจะได้รับจากการร่วมมือกัน ทั้งนี้ กรอ.จะเป็นองค์กรที่มีหน้าที่ในการเสนอแนะนโยบายแนวทางแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางเศรษฐกิจ มิใช่เป็นองค์กรที่มีอำนาจตัดสินใจเชิงนโยบายและสั่งการโดยตรง ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น เป็นผู้ริเริ่มและผลักดันจนทำให้เกิดคณะกรรมการ กรอ.ขึ้นมาได้กล่าวมอบหมายนโยบายของรัฐบาลในการประชุม กรอ.ครั้งแรก ซึ่ง ฯพณฯ เป็นประธานเมื่อเดือนสิงหาคม 2524 มีความว่า “การจัดจั้ง กรอ.ขึ้นมานั้น เป็นการย้ำเจตนาของรัฐบาลที่จะช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด หากมีปัญหาข้อขัดข้องประการใดก็มาร่วมมือปรึกษาหารือกัน นอกจากนี้รัฐบาลมีนโยบายจะพัฒนาสถาบันเอกชนให้เป็นองค์กรที่รัฐบาลจะพึ่งพาได้ จะต้องเป็นสถาบันที่รับผิดชอบต่อสังคม    เป็นที่เชื่อถือต่อส่วนรวมร่วมมือขจัดผู้ปฏิบัติมิชอบและผู้ที่เอาเปรียบต่อส่วนรวมโดยไม่เป็นธรรม

                ในระยะเริ่มต้น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้เน้นการสร้างบรรยากาศของความร่วมมือ โดยการสร้างศรัทธาและความเชื่อถือให้เกิดขึ้น ระหว่างคณะผู้นำฝ่ายรัฐบาลและผู้นำของสถาบันภาคเอกชน ภาครัฐมุ่งเน้นการพัฒนาความเข้มแข็งของสถาบันภาคเอกชนให้มีขีดความสามารถสูงขึ้น และสามารถเป็นผู้แทนของภาคธุรกิจเอกชนในวงกว้าง กฎเกณฑ์กติกาในการทำงานร่วมกันก็ได้มีการกำหนดให้ชัดเจน โปร่งใส และเป็นไปเพื่อประโยชน์ขอส่วนรวม มิใช่กลุ่มบุคคลหรือธุรกิจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

                ตลอดระยะเวลาเกือบ 8 ปี (พ.ศ.2524 – 2532) ซึ่ง ฯพณฯ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญสูงสุดกับการพัฒนากระบวนการ กรอ.โดยจะเห็นได้ว่ามีการจัดประชุมคณะกรรมการ กรอ.ทุกเดือน ตลอดระยะเวลาดังกล่าว ยกเว้นช่วงที่ต้องเดินทางไปราชการต่างประเทศ

                การที่ภาครัฐและภาคเอกชนได้มีโอกาสมาหารือร่วมกันโดยตรง ทำให้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นได้รับการนำไปพิจารณาแก้ไขได้อย่างตรงจุด รวดเร็ว ทันสถานการณ์และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบกับการที่ผู้นำภาครัฐบาลได้ให้ความสำคัญสูงสุดกับกระบวนการ กรอ.ทำให้ระบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐบาลและเอกชนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีผลงานที่เป็นรูปธรรมจำนวนมาก

 

คณะกรรมการร่วมภาครัฐบาลและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจระดับจังหวัด (กรอ.จังหวัด)

                กรอ.จังหวัด คือ คณะกรรมการร่วมภาครัฐบาลและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจระดับจังหวัด ซึ่งเกิดจากความสำเร็จในการพัฒนาความร่วมมือของภาคเอกชนในการเข้ามามีส่วนแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ร่วมกับภาครัฐบาลภายใต้บทบาทของ กรอ.นั้น คณะกรรมการ กรอ.จึงมีแนวคิดที่จะขยายความร่วมมือระหว่างภาครัฐบาลและเอกชนในระบบ กรอ.ออกไปสู่ภูมิภาค โดยมีจุดประสงค์สำคัญ คือ

                                    สนับสนุนการพัฒนาองค์กรเอกชนและนักธุรกิจในภูมิภาค ให้เข้มแข็งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และเพิ่มบทบาทความรับผิดชอบต่อส่วนรวมมากขึ้นกว่าเฉพาะธุรกิจของตนเอง

                                    พัฒนาหน่วยงานภาครัฐในส่วนที่เกี่ยวข้องทางเศรษฐกิจ ได้แก่ อุตสาหกรรมจังหวัด เกษตรจังหวัด ฯลฯ ให้มีบทบาทในการแก้ไขปัญหาละบริการประชาชนในจังหวัดให้มีประสิทธิภาพสูง และพร้อมที่จะเป็นผู้ประสานงานร่วมกับภาคเอกชนในระดับจังหวัด

                                    ให้มีองค์กรความร่วมมือในภูมิภาคเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในส่วนกลาง                                  

                โดยแนวนโยบายดังกล่าวจึงได้มีการจัดประชุมกรอ.ภูมิภาคขึ้นเป็นครั้งแรกในสมัยของฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นการจัดการประชุมสัมมนารวม 3 ภาค คือ ภาคเหนือ (เชียงใหม่ 2527), ภาคใต้ (สงขลา 2528) และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ขอนแก่น 2529) นโยบายในระดับพื้นที่ ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศดังกล่าวได้มีส่วนกระตุ้นให้ทั้งภาครัฐและเอกชนในระดับภูมิภาคตื่นตัวและยอมรับกลไกการร่วมมือระหว่างกัน การจัดประชุมสัมมนา กรอ.ภูมิภาคนี้ได้มีการดำเนินการอีกครั้งในสมัยของ ฯพณฯ นายชวน หลีกภัย ระหว่างปี พ.ศ.2536 – 37 โดยเริ่มจัดที่ภาคระวันออกเฉียงเหนือ (ขอนแก่น 2536) ภาคใต้ (สงขลา 2536) และภาคเหนือ (เชียงใหม่ 2537) การประชุมสัมมนา กรอ.ในช่วงหลังมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนส่วนภูมิภาคในการเสริมสร้างศักยภาพและความพร้อมของท้องถิ่นเพื่อรองรับการกระจายความเจริญจากส่วนกลางและการร่วมพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านผลจากการประชุมในภูมิภาคดังกล่าว ทำให้เกิดความตี่นตัวในอันที่จะระดมความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจทั้งภาครัฐและเอกชนในระดับภูมิภาค ทั้งยังเกิดผลในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่การดำเนินงานของ กรอ.ได้อีก

                รัฐบาลจึงได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจัดตั้ง กรอ.จังหวัด โดยให้มีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป คำนึงถึงความพร้อมของภาครัฐบาลและเอกชนระดับจังหวัดเป็นหลัก ในช่วง พ.ศ.2524 – 2526 ซึ่งเป็นระยะแรกเริ่มขององค์กร กรอ.ปรากฏว่ามีการจัดตั้ง กรอ.จังหวัด เพียง 4 จังหวัดเท่านั้น แต่หลังจากที่มีการประชุม กรอ.ภูมิภาค ครั้งที่ 1 เมื่อต้นปี 2527 และประกอบกับกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดตั้งคณะกรรมการ กรอ.จังหวัด ปรากฏว่ามีการจัดตั้ง กรอ.จังหวัด เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในการจัดตั้ง กรอ.จังหวัดนี้ กระทรวงมหาดไทยได้ให้นโยบายว่าจะต้องคำนึงถึงความพร้อมทั้งของภาคราชการและภาคเอกชนในจังหวัดเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามช่วงระหว่าง พ.ศ.2526 – 2531 มีการจัดตั้ง กรอ.จังหวัด รวมทั้งสิ้น 63 จังหวัด ต่อมาในปี 2533 จึงได้มีการจัดตั้งครบทุกจังหวัด

                ทั้งนี้โครงสร้างของคณะกรรมการ กรอ.จังหวัดมีรูปแบบเป็นคณะกรรมการร่วม โดยเป็นการจำรูปแบบมาจากคณะกรรมการ กรอ.ส่วนกลาง มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน กรรมการ กรอ.จังหวัดภาครัฐบาล ได้แก่ ส่วนราชการประจำจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ภาคเอกชน ได้แก่ หอการค้าจังหวัด (ถ้ามี) และชมรมธนาคารพาณิชย์ในจังหวัดนั้น ทำหน้าที่เสนอแนะนโยบายแนวทางและมาตรการทั้งในด้านการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องที่อยู่ในความรับผิดชอบของจังหวัด และการพัฒนาเศรษฐกิจในจังหวัด